สอบ กพ ผ่านฉลุย! เคล็ดลับที่คนสอบติดไม่อยากบอกคุณ

สอบ ก.พ. ผ่านฉลุย! เคล็ดลับที่คนสอบติดไม่อยากบอกคุณ

webmaster

공공관리사 시험 합격 후기 - **Prompt:** A young Thai university student, approximately 20-22 years old, with a determined expres...

สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ชาวบล็อกของฉันทุกคน! ช่วงนี้กระแสการหางานที่มั่นคงกำลังมาแรงมากๆ เลยใช่ไหมคะ โดยเฉพาะงานราชการที่หลายคนใฝ่ฝันอยากจะเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรภาครัฐ ไม่ใช่แค่เรื่องเงินเดือนหรือสวัสดิการดีๆ แต่ยังเป็นการได้สร้างประโยชน์ให้กับสังคมอีกด้วยค่ะฉันเข้าใจดีเลยว่าเส้นทางนี้ไม่ง่ายเลยจริงๆ ค่ะ เพราะการแข่งขันก็ดุเดือดขึ้นทุกปี แถมรูปแบบข้อสอบก็มีการปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย ทำให้หลายคนอาจจะรู้สึกท้อแท้ หรือไม่รู้จะเริ่มต้นเตรียมตัวจากตรงไหนดี นี่แหละค่ะคือจุดที่บล็อกของฉันจะเข้ามาช่วยเติมเต็มให้ทุกคนได้มีแนวทางที่ชัดเจนและมั่นใจมากขึ้นในทุกก้าวเดินของการเตรียมสอบ ฉันเชื่อว่าทุกคนมีความสามารถที่ซ่อนอยู่ แค่ต้องการเครื่องมือและเทคนิคที่ใช่เท่านั้นเองค่ะและในวันนี้…

공공관리사 시험 합격 후기 관련 이미지 1

ฉันมีเรื่องที่อยากจะมาเม้าท์มอยและแบ่งปันความรู้สึกแบบจัดเต็มให้เพื่อนๆ ฟังกันค่ะ ใครจะไปคิดว่า ‘ฉัน’ ที่เคยเครียดกับการอ่านหนังสือแทบตาย จะมาสอบผ่าน ‘การสอบ ก.พ.’ ได้จริงๆ!

มันไม่ใช่แค่เรื่องของความพยายามอย่างเดียวเลยนะคะ แต่มันคือการวางแผน การปรับกลยุทธ์ และการไม่ยอมแพ้ต่างหากค่ะ ตอนนี้ความรู้สึกโล่งใจและภูมิใจมันพุ่งพล่านไปหมดเลยค่ะ เหมือนยกภูเขาออกจากอกเลยก็ว่าได้ ฉันอยากจะบอกทุกคนว่าถ้าฉันทำได้ คุณเองก็ทำได้แน่นอนค่ะ!

เรามาดูกันดีกว่าค่ะว่าเคล็ดลับอะไรที่ทำให้ฉันประสบความสำเร็จได้ขนาดนี้ ไปดูรายละเอียดกันเลยค่ะ!

ปรับมายด์เซ็ตก่อนเริ่มอ่าน – เพราะใจต้องมาก่อน!

เพื่อนๆ รู้ไหมคะว่าสิ่งแรกที่สำคัญที่สุดในการเตรียมสอบ ก.พ. ไม่ใช่ตำราเรียน ไม่ใช่คอร์สติว แต่คือ “ใจ” ของเราเองค่ะ! ฉันจำได้ว่าช่วงแรกๆ ที่คิดจะสอบ ก.พ. ความรู้สึกกลัวมันถาโถมเข้ามาเต็มไปหมด กลัวว่าจะทำไม่ได้ กลัวว่าจะสู้คนอื่นไม่ไหว กลัวว่าจะเสียเวลาเปล่าๆ แต่สุดท้ายฉันก็มาคิดได้ว่า ถ้าเรายังไม่เริ่มลงมือทำ แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าทำไม่ได้จริงไหมคะ? การที่เราปล่อยให้ความคิดลบๆ มาบั่นทอนกำลังใจตัวเอง มันเหมือนเราแพ้ตั้งแต่ยังไม่เริ่มแข่งเลยนะ ฉันเลยตัดสินใจเปลี่ยนความคิดใหม่ หันมาให้กำลังใจตัวเองและบอกตัวเองเสมอว่า “ฉันทำได้” ไม่ว่าจะยากแค่ไหนก็จะพยายามให้ถึงที่สุดค่ะ การปรับเปลี่ยนวิธีคิดเล็กๆ น้อยๆ นี่แหละค่ะ ที่ทำให้ฉันมีแรงฮึดสู้ต่อไปได้จริงๆ

กำจัดความกลัวในใจ – อย่าให้ความคิดลบมาบั่นทอน

ตอนที่ความกลัวเข้ามาเยือน ฉันมักจะลองลิสต์ออกมาว่ากลัวอะไรบ้าง แล้วค่อยๆ หาเหตุผลมาหักล้างแต่ละข้อค่ะ เช่น กลัวว่าข้อสอบยาก ก็เลยไปหาข้อสอบเก่าๆ มาลองทำดู พอได้เห็นแนวแล้วก็รู้สึกว่า “อ๋อ มันประมาณนี้เองนี่นา” หรือกลัวว่าจะจำไม่ได้ ก็หาวิธีการจำที่เหมาะกับตัวเอง บางคนอาจจะใช้วิธีทำสรุปย่อ บางคนอาจจะใช้ Mind Map ส่วนฉันชอบการสอนเพื่อนๆ เพราะเหมือนได้ทบทวนตัวเองไปในตัว ยิ่งเราเข้าใจและลงมือทำมากเท่าไหร่ ความกลัวก็จะยิ่งลดน้อยลงไปเองค่ะ

ตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน – แรงบันดาลใจสำคัญกว่าที่คิด

สิ่งหนึ่งที่ช่วยให้ฉันผ่านพ้นช่วงเวลาที่ท้อแท้มาได้ คือการตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนค่ะ ไม่ใช่แค่ “อยากสอบผ่าน” แต่ต้องลงรายละเอียดไปเลยว่า “ฉันจะสอบผ่าน ก.พ. ภาค ก. ให้ได้ภายในปีนี้” หรือ “ฉันอยากเป็นข้าราชการเพื่อไปทำงานที่องค์กรนี้ เพราะอยากทำประโยชน์ในด้านนี้” พอเรามีเป้าหมายที่ชัดเจนแบบนี้ เวลารู้สึกเหนื่อยหรือหมดไฟ แค่คิดถึงเป้าหมายนั้น แรงบันดาลใจก็จะกลับมาทันทีค่ะ มันเหมือนมีจุดหมายปลายทางที่ทำให้เราอยากจะเดินต่อไปเรื่อยๆ ค่ะ

เจาะลึกแนวข้อสอบ ก.พ. – รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง!

หลังจากที่ใจพร้อมแล้ว ทีนี้ก็ถึงเวลาลุยเรื่องเนื้อหาแล้วค่ะ! สำหรับการสอบ ก.พ. สิ่งสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งคือการทำความเข้าใจโครงสร้างและแนวข้อสอบอย่างถ่องแท้ ฉันเชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินคำว่า “รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง” ซึ่งเป็นเรื่องจริงที่ใช้ได้ดีกับการสอบ ก.พ. เลยค่ะ การที่เราไม่รู้ว่าข้อสอบจะออกมาในรูปแบบไหน จะออกอะไรบ้าง มันเหมือนเราไปรบโดยที่ไม่มีอาวุธอยู่ในมือเลยนะคะ ดังนั้น การศึกษาแนวข้อสอบเก่าๆ การอ่านคู่มือเตรียมสอบ และการทำความเข้าใจสัดส่วนคะแนนของแต่ละวิชา จึงเป็นสิ่งที่เราต้องให้ความสำคัญมากๆ ค่ะ

ทำความเข้าใจโครงสร้างข้อสอบแต่ละวิชา

การสอบ ก.พ. ภาค ก. จะแบ่งเป็น 4 วิชาหลักๆ คือ ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ (คณิตศาสตร์, ภาษาไทย), ภาษาอังกฤษ, ความรู้และลักษณะการเป็นข้าราชการที่ดี และกฎหมายที่ควรรู้ใช่ไหมคะ? ฉันแนะนำให้เพื่อนๆ ลองหาข้อสอบเก่าๆ มาทำดูเพื่อดูว่าแต่ละวิชามีแนวโน้มจะออกเรื่องอะไรบ้าง อย่างวิชาคณิตศาสตร์ ก็มักจะวนเวียนอยู่กับเรื่องอนุกรม โจทย์ปัญหา อัตราส่วนร้อยละ ส่วนภาษาไทยก็จะเป็นเรื่องการใช้ภาษา ตรรกะ หรือบทความ ส่วนภาษาอังกฤษก็เน้นไวยากรณ์ คำศัพท์ และการอ่านจับใจความค่ะ การรู้ว่าอะไรออกบ่อยหรือไม่บ่อย จะช่วยให้เราจัดลำดับความสำคัญในการอ่านได้ดีขึ้นมากๆ เลยค่ะ

การจับเวลาทำข้อสอบ – ฝึกฝนให้คล่องมือ

อีกหนึ่งสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามเลยคือ “การจับเวลา” ในการทำข้อสอบค่ะ หลายคนอ่านหนังสือเก่งมาก แต่พอไปเจอข้อสอบจริง กลับทำไม่ทัน เพราะไม่มีเวลาพอ สิ่งนี้เคยเกิดขึ้นกับฉันมาแล้วค่ะ ตอนซ้อมทำข้อสอบเก่าๆ ฉันจะจับเวลาเสมือนอยู่ในสนามสอบจริง เพื่อให้เราคุ้นเคยกับความกดดัน และฝึกฝนการบริหารเวลาแต่ละข้อให้ดีขึ้น เราจะได้รู้ว่าข้อไหนควรใช้เวลาเท่าไหร่ ข้อไหนควรข้ามไปทำทีหลัง การฝึกฝนแบบนี้จะช่วยให้เราทำข้อสอบได้ทันเวลาและลดความตื่นเต้นในวันสอบจริงได้เยอะเลยค่ะ

Advertisement

วางแผนการอ่านแบบ “ฉันทำได้” – แผนดีมีชัยไปกว่าครึ่ง!

การวางแผนการอ่านที่ดี ถือเป็นหัวใจสำคัญของการเตรียมสอบเลยนะคะ เหมือนกับการเดินทาง ถ้าเรามีแผนที่ที่ดี เราก็จะถึงจุดหมายได้อย่างปลอดภัยและรวดเร็วขึ้นค่ะ ฉันเคยลองอ่านแบบไม่มีแผนมาก่อนแล้วค่ะ ผลคือวนเวียนอยู่กับเรื่องเดิมๆ ไม่รู้ว่าควรจะเริ่มจากตรงไหนก่อน หรือควรจะทบทวนอะไรบ้าง พอมีแผนการอ่านที่ชัดเจนขึ้น ชีวิตการเตรียมสอบก็ง่ายขึ้นเยอะเลยค่ะ แผนการอ่านของฉันไม่ได้ซับซ้อนอะไรเลยค่ะ แค่กำหนดว่าวันไหนจะอ่านวิชาอะไร ใช้เวลาเท่าไหร่ และจะทบทวนอย่างไร เพื่อให้มั่นใจว่าครอบคลุมเนื้อหาทั้งหมดก่อนวันสอบจริงค่ะ

สร้างตารางเวลาส่วนตัวที่ยืดหยุ่น

ฉันไม่ได้ทำตารางที่เป๊ะๆ ทุกนาทีหรอกนะคะ เพราะรู้ว่าตัวเองเป็นคนที่ไม่ชอบความเคร่งเครียดมากเกินไป ฉันจะทำตารางแบบยืดหยุ่น โดยแบ่งช่วงเวลาหลักๆ เช่น เช้า กลางวัน เย็น แล้วกำหนดหัวข้อที่จะอ่านในแต่ละช่วงค่ะ อย่างเช่น ช่วงเช้าสมองสดใสก็จะอ่านวิชาที่ต้องใช้ความคิดเยอะๆ อย่างคณิตศาสตร์ ส่วนช่วงบ่ายอาจจะอ่านวิชาที่ต้องจำอย่างกฎหมาย หรือช่วงเย็นอาจจะทบทวนภาษาอังกฤษค่ะ สิ่งสำคัญคือต้องทำตารางที่เหมาะกับชีวิตประจำวันของเราจริงๆ ไม่ใช่ตารางที่ดูดีแต่ทำไม่ได้จริงนะคะ ลองปรับไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเจอแบบที่ลงตัวกับตัวเองค่ะ

จัดลำดับความสำคัญของแต่ละวิชา

อย่างที่เรารู้กันว่า ก.พ. มีหลายวิชาใช่ไหมคะ แต่ละวิชาก็มีสัดส่วนคะแนนไม่เท่ากัน ฉันจะจัดลำดับความสำคัญตามน้ำหนักคะแนนและความถนัดของตัวเองค่ะ วิชาไหนที่รู้สึกว่ายังไม่แม่น หรือคะแนนเยอะ ก็จะให้เวลาอ่านมากกว่าหน่อย ส่วนวิชาไหนที่พอได้แล้ว ก็จะเน้นการทบทวนและทำแบบฝึกหัดค่ะ อย่างเช่น ภาษาอังกฤษที่ต้องได้ 50% ขึ้นไป ถือเป็นวิชาที่สำคัญมาก ถ้าเราไม่ถนัดก็ต้องให้เวลาเป็นพิเศษเลยค่ะ การรู้ว่าควรจะทุ่มเทกับวิชาไหนเป็นพิเศษ จะช่วยให้เราใช้เวลาได้อย่างคุ้มค่าที่สุดค่ะ

ทบทวนอย่างสม่ำเสมอ – ไม่ใช่แค่อ่านรอบเดียวจบ

การอ่านแค่รอบเดียวแล้วจะจำได้หมดนั้น แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยค่ะ! โดยเฉพาะวิชาที่มีรายละเอียดเยอะๆ อย่างกฎหมายหรือลักษณะการเป็นข้าราชการที่ดี ฉันจะเน้นการทบทวนอย่างสม่ำเสมอค่ะ อาจจะทบทวนเนื้อหาที่อ่านไปเมื่อวานในตอนเช้า หรือทบทวนเนื้อหาของสัปดาห์ก่อนในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ การทบทวนซ้ำๆ จะช่วยให้ข้อมูลเหล่านั้นฝังแน่นอยู่ในสมองของเรา และทำให้เราดึงความรู้เหล่านั้นออกมาใช้ได้อย่างรวดเร็วในวันสอบจริงค่ะ อย่าลืมนะคะว่าการสอบเป็นการวัดความจำและความเข้าใจ ไม่ใช่แค่การอ่านผ่านๆ ตาไปเท่านั้นค่ะ

เทคนิคจำแม่น! – เคล็ดลับที่คนไม่ค่อยบอก

เรื่องการจำนี่แหละค่ะที่ฉันคิดว่าเป็นปัญหากับหลายคนรวมถึงตัวฉันเองด้วย เพราะเนื้อหาการสอบ ก.พ. มีเยอะมากๆ ถ้าไม่มีเทคนิคดีๆ รับรองว่ามีมึนกันบ้างแน่ๆ ค่ะ ตอนแรกฉันก็ลองจำแบบท่องไปเรื่อยๆ นั่นแหละค่ะ แต่ปรากฏว่าพอผ่านไปไม่กี่วันก็ลืมหมดแล้ว! เลยต้องหาวิธีใหม่ๆ ที่จะช่วยให้สมองของฉันเก็บข้อมูลได้ดีขึ้นค่ะ ฉันลองผิดลองถูกมาหลายวิธีเลยค่ะ จนมาเจอเทคนิคบางอย่างที่รู้สึกว่ามัน “เวิร์ค” สำหรับฉันจริงๆ และวันนี้ฉันก็อยากจะเอาเคล็ดลับเหล่านี้มาแบ่งปันให้เพื่อนๆ ได้ลองนำไปปรับใช้ดูค่ะ เพราะการจำได้แม่นไม่ได้หมายถึงการท่องจำอย่างเดียว แต่มันคือการ “เข้าใจ” และ “เชื่อมโยง” สิ่งต่างๆ เข้าด้วยกันค่ะ

สรุปเป็นของตัวเอง – ความเข้าใจคือการจดจำที่ดีที่สุด

สิ่งแรกที่ฉันทำคือการ “สรุปเนื้อหา” ด้วยภาษาของตัวเองค่ะ หลังจากอ่านตำราเล่มใหญ่ๆ จบไปแต่ละบท ฉันจะนำข้อมูลเหล่านั้นมาเขียนสรุปใหม่เป็นคำพูดของฉันเอง บางครั้งก็ทำเป็นตาราง เปรียบเทียบ หรือวาดภาพประกอบง่ายๆ ค่ะ การสรุปแบบนี้บังคับให้เราต้องทำความเข้าใจเนื้อหาจริงๆ ก่อนที่จะถ่ายทอดออกมาเป็นสำนวนของตัวเองได้ค่ะ พอเราเข้าใจแล้ว การจดจำมันก็จะเกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ และที่สำคัญคือเวลาที่เรากลับมาอ่านสรุปของตัวเอง มันจะเข้าใจได้ง่ายกว่าการอ่านจากตำราเล่มหนาๆ เยอะเลยค่ะ

ใช้เทคนิค Mind Map หรือ Flash Card ช่วย

สำหรับวิชาที่มีความสัมพันธ์กัน หรือมีข้อมูลที่ต้องจำเยอะๆ ฉันชอบใช้ Mind Map ค่ะ การวาดแผนภาพความคิดจะช่วยให้เราเห็นภาพรวมของเนื้อหา และเห็นความเชื่อมโยงระหว่างหัวข้อต่างๆ ได้ชัดเจนขึ้นค่ะ ส่วน Flash Card ก็เป็นอีกเครื่องมือที่เจ๋งมาก! โดยเฉพาะสำหรับการจำคำศัพท์ภาษาอังกฤษ หรือมาตรากฎหมายต่างๆ ฉันจะเขียนคำถามหรือคำศัพท์ไว้ด้านหนึ่ง แล้วเขียนคำตอบหรือความหมายไว้ด้านหลัง แล้วก็นั่งทบทวนไปเรื่อยๆ ค่ะ มันช่วยให้ฉันจำได้ดีขึ้นและสนุกกับการจำมากขึ้นด้วยนะคะ

การอธิบายให้คนอื่นฟัง – ตอกย้ำความรู้

เทคนิคสุดท้ายที่ฉันใช้แล้วได้ผลดีมากๆ คือการ “อธิบายเนื้อหาให้คนอื่นฟัง” ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนที่เตรียมสอบเหมือนกัน หรือแม้กระทั่งตุ๊กตาที่บ้านก็ได้ค่ะ (ฮ่าๆ) การที่เราต้องอธิบายเรื่องใดเรื่องหนึ่งให้คนอื่นเข้าใจ มันบังคับให้เราต้องจัดระเบียบความคิด ต้องเรียบเรียงข้อมูล และต้องมั่นใจว่าเราเข้าใจเนื้อหานั้นอย่างถ่องแท้จริงๆ ค่ะ ถ้าเราสามารถอธิบายให้คนอื่นฟังแล้วเขาเข้าใจได้ นั่นหมายความว่าเราเองก็เข้าใจเรื่องนั้นอย่างลึกซึ้งแล้วนั่นเองค่ะ เป็นการตอกย้ำความรู้ที่ดีเยี่ยมเลยทีเดียว

Advertisement

สร้างวินัยและความสม่ำเสมอ – กุญแจสู่ความสำเร็จที่แท้จริง

ฉันอยากจะบอกว่าการเตรียมสอบ ก.พ. มันคือการวิ่งมาราธอน ไม่ใช่การวิ่งแข่งระยะสั้นนะคะ การมีวินัยและความสม่ำเสมอจึงเป็นสิ่งสำคัญมากๆ ค่ะ บางวันฉันก็รู้สึกขี้เกียจ ไม่อยากอ่านหนังสือเอาซะเลย อยากจะนอนดูซีรีส์ เล่นเกมมากกว่า แต่ก็ต้องพยายามเอาชนะใจตัวเองให้ได้ค่ะ การสร้างวินัยอาจจะฟังดูเหมือนยาก แต่จริงๆ แล้วมันเริ่มได้จากสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวันของเรานี่แหละค่ะ และเมื่อเราทำได้สม่ำเสมอ มันก็จะกลายเป็นนิสัยที่ดีที่พาเราไปสู่ความสำเร็จได้ในที่สุดค่ะ

หา “เพื่อนร่วมทาง” – สร้างกลุ่มติวช่วยกัน

สำหรับฉันแล้ว การมีเพื่อนที่เตรียมสอบเหมือนกันถือเป็นกำลังใจสำคัญมากๆ เลยค่ะ เราสามารถสร้างกลุ่มติวเล็กๆ เพื่อมาแลกเปลี่ยนความรู้ ข้อสงสัย หรือแม้กระทั่งระบายความท้อแท้กันและกันได้ค่ะ พอเห็นเพื่อนๆ ตั้งใจอ่าน เราก็จะมีแรงฮึดตามไปด้วย หรือเวลาที่เราไม่เข้าใจอะไร เพื่อนก็สามารถช่วยอธิบายได้ ทำให้เราไม่รู้สึกโดดเดี่ยวในการเดินทางครั้งนี้ค่ะ การมีเพื่อนร่วมทางจะช่วยให้เรามีกำลังใจและวินัยในการอ่านมากขึ้นเยอะเลยค่ะ

ให้รางวัลตัวเองบ้าง – เติมพลังให้กับการเดินทาง

อย่าเคร่งเครียดกับการอ่านมากเกินไปนะคะ! ฉันเองก็จะมี “วันพักผ่อน” ให้ตัวเองบ้างค่ะ เช่น ถ้าอ่านหนังสือได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ตลอดสัปดาห์ วันหยุดสุดสัปดาห์ฉันก็จะอนุญาตให้ตัวเองได้ไปดูหนัง กินของอร่อยๆ หรือไปเที่ยวใกล้ๆ เพื่อเป็นการให้รางวัลและเติมพลังให้กับตัวเองค่ะ การให้รางวัลเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้จะช่วยให้เราไม่รู้สึกเบื่อหน่ายกับการอ่านหนังสือ และมีกำลังใจที่จะสู้ต่อไปในวันถัดไปค่ะ จำไว้นะคะว่าสมองของเราก็ต้องการการพักผ่อนเหมือนกันค่ะ

공공관리사 시험 합격 후기 관련 이미지 2

รับมือกับความท้อแท้ – เมื่อรู้สึกอยากยอมแพ้ต้องทำยังไง?

แน่นอนค่ะว่าเส้นทางการเตรียมสอบ ก.พ. ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ มันต้องมีวันที่รู้สึกท้อแท้ เหนื่อยล้า หรือบางครั้งก็อยากจะยอมแพ้ไปซะดื้อๆ เลยใช่ไหมคะ? ฉันเองก็เคยผ่านความรู้สึกแบบนั้นมาแล้วค่ะ หลายครั้งที่น้ำตาคลอเบ้าเพราะรู้สึกว่าทำไมมันยากอย่างนี้ ทำไมจำไม่ได้ซักที แต่ทุกครั้งที่ฉันรู้สึกแบบนั้น ฉันก็จะมีวิธีจัดการกับมันเพื่อไม่ให้ตัวเองจมอยู่กับความรู้สึกแย่ๆ นานเกินไปค่ะ เพราะการปล่อยให้ความท้อแท้มาครอบงำ จะทำให้เราไม่มีแรงไปต่อได้เลยนะคะ

พักบ้างก็ได้ – สมองก็ต้องการเวลาพักผ่อน

เมื่อไหร่ที่รู้สึกว่าสมองตื้อไปหมด อ่านเท่าไหร่ก็ไม่เข้าหัว ฉันจะบอกตัวเองทันทีว่า “พอแล้ว! พักก่อน!” ค่ะ บางทีเราอาจจะอ่านมากเกินไปจนสมองล้า การพักผ่อนชั่วคราว เช่น ลุกขึ้นไปเดินเล่น ออกไปสูดอากาศข้างนอก หรือนอนหลับสักงีบ จะช่วยให้สมองของเราได้รีเซ็ตตัวเองค่ะ พอตื่นขึ้นมาก็จะรู้สึกสดชื่นและมีสมาธิกับการอ่านได้ดีขึ้นค่ะ อย่าฝืนตัวเองมากเกินไปนะคะ เพราะประสิทธิภาพในการเรียนรู้จะลดลงไปเปล่าๆ ค่ะ

คุยกับคนที่เข้าใจ – ระบายความรู้สึกไม่ดี

อีกวิธีหนึ่งที่ช่วยฉันได้เยอะมากๆ คือการ “ระบาย” ค่ะ ฉันจะโทรหาเพื่อนสนิท หรือคุยกับครอบครัว เล่าความรู้สึกท้อแท้ที่เจอให้พวกเขาฟังค่ะ บางทีแค่ได้พูดออกมา ได้รับฟังคำปลอบใจหรือกำลังใจเล็กๆ น้อยๆ จากคนที่เข้าใจ ก็ทำให้รู้สึกดีขึ้นได้เยอะมากๆ เลยค่ะ การเก็บกดความรู้สึกเอาไว้คนเดียวอาจจะทำให้เราจมดิ่งลงไปมากกว่าเดิมนะคะ อย่ากลัวที่จะขอความช่วยเหลือหรือระบายความรู้สึกกับคนที่คุณไว้ใจค่ะ

กลับไปดูเป้าหมายเดิม – จุดประกายแรงผลักดัน

เมื่อรู้สึกท้อแท้ ฉันจะกลับไปดูรูปที่ฉันแปะไว้บนโต๊ะอ่านหนังสือค่ะ รูปนั้นคือรูปสำนักงานที่ฉันอยากจะเข้าไปทำงานด้วยค่ะ การกลับไปดูเป้าหมายที่เราตั้งไว้ตั้งแต่แรก จะช่วยจุดประกายแรงผลักดันให้กลับมาอีกครั้งค่ะ เราจะได้จำได้ว่าเรากำลังพยายามเพื่ออะไร เรามีเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่รออยู่ข้างหน้า อย่าเพิ่งยอมแพ้กับอุปสรรคเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้เลยค่ะ ทุกครั้งที่ฉันมองรูปนั้น ฉันจะรู้สึกว่า “สู้ต่ออีกนิดนะ มันจะสำเร็จแล้ว” ค่ะ

Advertisement

วันสอบจริง! – เตรียมตัวให้พร้อมทั้งกายและใจ

หลังจากที่ทุ่มเทอ่านหนังสือมาอย่างหนักหน่วง วันสอบจริงก็มาถึง! ฉันจำได้ว่าคืนก่อนสอบนอนไม่ค่อยหลับเลยค่ะ ตื่นเต้นมากๆ แต่ก็พยายามทำใจให้สบายที่สุด เพราะรู้ว่าถ้าตื่นเต้นมากไปก็จะทำข้อสอบได้ไม่ดีค่ะ การเตรียมตัวในวันสอบจริง ไม่ใช่แค่เรื่องของการเตรียมความรู้ให้พร้อมเท่านั้นนะคะ แต่ยังรวมถึงการเตรียมร่างกายและจิตใจให้พร้อมด้วยค่ะ เพราะปัจจัยภายนอกเล็กๆ น้อยๆ ก็อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพในการทำข้อสอบของเราได้เช่นกันค่ะ

การเตรียมเอกสารและอุปกรณ์ให้พร้อมล่วงหน้า

สิ่งแรกที่ต้องทำคือการเตรียมเอกสารสำคัญต่างๆ ให้พร้อมค่ะ ไม่ว่าจะเป็นบัตรประจำตัวประชาชน บัตรเข้าห้องสอบ ดินสอ ยางลบ กบเหลาดินสอ และปากกา ฉันจะจัดเตรียมทุกอย่างไว้ตั้งแต่คืนก่อนสอบเลยค่ะ ใส่กระเป๋าที่จะนำไปสอบให้เรียบร้อย เพื่อป้องกันไม่ให้ลืมหรือตกหล่นสิ่งสำคัญในเช้าวันสอบค่ะ การเตรียมพร้อมล่วงหน้าจะช่วยลดความกังวลในวันสอบได้เยอะมากๆ ค่ะ และอย่าลืมดูเส้นทางไปสนามสอบให้ดีๆ ด้วยนะคะ จะได้ไม่หลงทางหรือไปสายค่ะ

จัดการความตื่นเต้นหน้าห้องสอบ

เมื่อไปถึงสนามสอบแล้ว ความตื่นเต้นอาจจะพุ่งสูงขึ้นอีกครั้งค่ะ สิ่งที่ฉันทำคือพยายามหายใจเข้าลึกๆ หายใจออกช้าๆ เพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดค่ะ บางทีก็ฟังเพลงเบาๆ ที่ชอบ หรือทบทวนสรุปย่อๆ ที่ทำไว้เล็กน้อยค่ะ หลีกเลี่ยงการคุยกับเพื่อนที่กำลังกังวลมากๆ เพราะอาจจะทำให้เราพลอยกังวลตามไปด้วยค่ะ พยายามคิดบวกเข้าไว้ว่า “เราทำเต็มที่แล้ว ที่เหลือก็ปล่อยให้เป็นไปตามสิ่งที่ควรจะเป็น” ค่ะ ขอให้เพื่อนๆ ทุกคนโชคดีในการสอบนะคะ!

วิชาหลัก สัดส่วนคะแนน (โดยประมาณ) เคล็ดลับการเตรียมตัว
ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ (คณิตศาสตร์, ภาษาไทย) 60 คะแนน เน้นการฝึกทำโจทย์หลากหลายแนว, จับเวลาเพื่อบริหารเวลาในการทำข้อสอบ
ภาษาอังกฤษ 25 คะแนน (ต้องได้ไม่น้อยกว่า 50% หรือ 12.5 คะแนน) ทบทวนไวยากรณ์พื้นฐาน, จำคำศัพท์ที่พบบ่อย, ฝึกอ่าน Reading Comprehension
ความรู้และลักษณะการเป็นข้าราชการที่ดี 15 คะแนน อ่านทำความเข้าใจหลักธรรมาภิบาล, จริยธรรม, และค่านิยมของข้าราชการ
กฎหมายที่ควรรู้ 10 คะแนน สรุปประเด็นสำคัญของแต่ละมาตรา, ทำ Mind Map ช่วยจำความเชื่อมโยง

글을 마치며

เป็นยังไงกันบ้างคะเพื่อนๆ หวังว่าเรื่องราวและประสบการณ์ของฉันในการพิชิตข้อสอบ ก.พ. ในครั้งนี้ จะเป็นกำลังใจและแนวทางดีๆ ให้กับทุกคนที่กำลังเตรียมตัวสอบนะคะ จำไว้นะคะว่าความสำเร็จไม่ได้มาจากการพยายามแค่ครั้งเดียว แต่มันคือการไม่ยอมแพ้ในทุกๆ วัน และการเรียนรู้จากความผิดพลาดค่ะ ฉันเชื่อมั่นในศักยภาพของทุกคนนะคะ ถ้าฉันทำได้ ทุกคนก็ทำได้แน่นอนค่ะ ขอให้สนุกกับการอ่านหนังสือและทำตามความฝันของตัวเองให้สำเร็จนะคะ!

Advertisement

알아두면 쓸모 있는 정보

1. การพักผ่อนให้เพียงพอเป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้การอ่านหนังสือเลยนะคะ เพราะสมองที่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่จะช่วยให้เราจดจำและประมวลผลข้อมูลได้ดีขึ้นค่ะ

2. ลองหาเพื่อนหรือกลุ่มติวที่ไปในทางเดียวกัน จะช่วยให้เรามีกำลังใจและสามารถแลกเปลี่ยนความรู้ ข้อสงสัยกันได้ ซึ่งจะทำให้การเรียนรู้มีประสิทธิภาพมากขึ้นค่ะ

3. อย่ากลัวที่จะผิดพลาดหรือทำข้อสอบเก่าๆ ไม่ได้ในครั้งแรกๆ นะคะ ทุกความผิดพลาดคือบทเรียนที่จะทำให้เราแข็งแกร่งและรอบคอบมากขึ้นในครั้งต่อไปค่ะ

4. ศึกษาข่าวสารและสถานการณ์ปัจจุบันอยู่เสมอ เพราะบางครั้งข้อสอบอาจมีการนำเหตุการณ์หรือประเด็นทางสังคมที่น่าสนใจมาออกสอบได้ค่ะ

5. ลองใช้เทคนิคการ “สอน” หรือ “อธิบาย” เนื้อหาที่เราเรียนรู้มาให้คนอื่นฟัง จะช่วยตอกย้ำความเข้าใจและทำให้เราจำเนื้อหานั้นๆ ได้แม่นยำยิ่งขึ้นไปอีกค่ะ

สำคัญที่ต้องจำ

หัวใจสำคัญในการสอบ ก.พ. ไม่ใช่แค่ความรู้ แต่คือการเตรียมตัวอย่างรอบด้าน ทั้งด้านจิตใจ การวางแผนการอ่าน การเลือกใช้เทคนิคที่เหมาะสม และการมีวินัยสม่ำเสมอค่ะ อย่าท้อถอยเมื่อเจออุปสรรค เพราะทุกก้าวของการพยายามคือความสำเร็จเล็กๆ ที่จะพาเราไปถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ในที่สุด ขอให้ทุกคนสู้ๆ นะคะ และมาเป็นส่วนหนึ่งของข้าราชการที่ดีเพื่อพัฒนาประเทศชาติไปด้วยกันค่ะ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) 📖

ถาม: “ก.พ. คืออะไรคะ แล้วจำเป็นต้องสอบผ่านทุกสายงานราชการเลยไหมคะ? หนูสับสนมากๆ เลยค่ะ”

ตอบ: อู๊ยยย เข้าใจเลยค่ะว่าหลายคนคงงงๆ กับคำว่า ก.พ. เหมือนที่ฉันเคยเป็นมาก่อน! คืออย่างนี้นะคะเพื่อนๆ ‘ก.พ.’ ย่อมาจาก ‘สำนักงาน ก.พ.’ หรือ ‘สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน’ ค่ะ ซึ่งหน้าที่หลักๆ ก็คือการจัดการสอบเพื่อคัดเลือกคนดี คนเก่ง มีความรู้ความสามารถเข้ามาทำงานในระบบราชการของเรานี่แหละค่ะ การสอบ ก.พ.
จึงเป็นเหมือน ‘ด่านแรก’ หรือ ‘ใบเบิกทาง’ ที่สำคัญมากๆ ค่ะ ถ้าเราอยากจะเป็นข้าราชการพลเรือนทั่วไปไม่ว่าจะเป็นระดับปฏิบัติการ วิชาการ หรืออำนวยการเนี่ย ส่วนใหญ่เลยคือ ต้องสอบผ่านภาค ก.
ของ ก.พ. ก่อน ค่ะ ถึงจะมีสิทธิ์ไปสมัครสอบแข่งขันในตำแหน่งต่างๆ ของหน่วยงานราชการนั้นๆ ได้ แต่ก็จะมีข้อยกเว้นบ้างนะคะ อย่างบางสายงาน เช่น ครู ตำรวจ ทหาร หรือบางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อาจจะมีเกณฑ์การสอบคัดเลือกที่แตกต่างกันไป หรือบางทีก็อาจจะมีการจัดสอบภาค ก.
ของตัวเอง ซึ่งจะใช้ผลสอบ ก.พ. ภาค ก. ของเราไม่ได้ ดังนั้นก่อนที่เราจะตัดสินใจเตรียมสอบอะไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องเช็คประกาศรับสมัครของหน่วยงานที่เราสนใจให้ดีก่อนเลยค่ะว่าเขากำหนดให้ใช้ผลสอบ ก.พ.
ภาค ก. ไหม จะได้เตรียมตัวได้ถูกทาง ไม่เสียเวลาเปล่าเหมือนที่ฉันเคยเกือบพลาดมาแล้ววว

ถาม: “ตอนนี้หนูรู้สึกท้อมากเลยค่ะ ไม่รู้จะเริ่มอ่านจากตรงไหนดี ข้อสอบ ก.พ. มันยากมากไหมคะ แล้วแต่ละวิชามีแนวทางยังไงบ้างคะ?”

ตอบ: โห… เข้าใจความรู้สึกนี้สุดๆ เลยค่ะเพื่อน! ตอนที่ฉันเริ่มเตรียมตัวใหม่ๆ ก็คิดแบบนี้เลยว่า “จะรอดไหมเนี่ย!” เพราะเนื้อหาดูเยอะไปหมด จริงๆ แล้วข้อสอบ ก.พ.
มันไม่ได้ยากจนเกินความสามารถของเราหรอกค่ะ แต่มันต้องอาศัย ‘ความเข้าใจ’ และ ‘การฝึกฝน’ เป็นสำคัญเลยค่ะ ที่สำคัญคือ ‘การวางแผน’ ที่ดีนี่แหละค่ะ
โดยหลักๆ แล้ว การสอบ ก.พ.
ภาค ก. จะแบ่งออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ๆ เลยนะคะ คือ
1. วิชาความสามารถในการวิเคราะห์ (คณิตศาสตร์และภาษาไทย): ส่วนนี้จะรวมถึงการคิดวิเคราะห์เชิงตัวเลข การแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ และการวิเคราะห์ภาษาไทย เช่น อุปมาอุปไมย การสรุปความ การตีความ ซึ่งจากประสบการณ์ตรงของฉันเลยนะ ส่วนนี้ต้องฝึกทำโจทย์เยอะๆ ค่ะ จับเวลาทำข้อสอบเก่าๆ บ่อยๆ จะช่วยให้เราจับแนวทางได้ แล้วก็หาสูตรลัดหรือเทคนิคที่เหมาะกับตัวเอง ที่สำคัญคือห้ามทิ้งวิชาใดวิชาหนึ่งไปเลยนะคะ ฉันนี่เคยทิ้งคณิตไปเกือบตกมาแล้ว!
2. วิชาภาษาอังกฤษ: หลายคนมักจะกลัววิชานี้มากๆ ค่ะ รวมถึงฉันด้วย! ข้อสอบจะเน้นทั้งไวยากรณ์ (Grammar) คำศัพท์ (Vocabulary) การอ่านจับใจความ (Reading Comprehension) และการสนทนา (Conversation) เคล็ดลับของฉันคือ พยายามฝึกอ่านบทความภาษาอังกฤษสั้นๆ ทุกวัน ฟังเพลง ดูซีรีส์ภาษาอังกฤษที่มี Subtitle ภาษาอังกฤษไปด้วยค่ะ แล้วก็ท่องศัพท์วันละนิดวันละหน่อย ไม่ต้องเยอะมากแต่ทำสม่ำเสมอ รับรองว่าดีขึ้นแน่นอนค่ะ
3.
วิชาความรู้และลักษณะการเป็นข้าราชการที่ดี: อันนี้จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับ และจรรยาบรรณของข้าราชการที่ดี ซึ่งเป็นวิชาที่ค่อนข้างใหม่และสำคัญมากๆ ค่ะ เนื้อหาไม่ได้ยากเกินไปถ้าเราตั้งใจอ่านและทำความเข้าใจ เพราะส่วนใหญ่จะเป็นการจำและนำไปปรับใช้ จากที่ฉันเจอมาข้อสอบจะถามเน้นไปที่การทำความเข้าใจหลักการและเจตนารมณ์ของกฎหมายนั้นๆ ค่ะ หาหนังสือสรุปอ่านดีๆ หรือดูคอร์สติวออนไลน์ที่อัปเดตข้อมูลล่าสุดจะช่วยได้เยอะเลยค่ะ
จำไว้นะคะว่าความสม่ำเสมอสำคัญที่สุด!
อย่าเพิ่งท้อนะ!

ถาม: “อยากรู้เคล็ดลับส่วนตัวของพี่บ้างค่ะ ทำยังไงถึงสอบผ่านได้ในที่สุด อยากได้แนวทางที่ใช้ได้จริงเลยค่ะ”

ตอบ: โอ๊ยยย ถามถูกใจมากๆ เลยค่ะคำถามนี้! เพราะนี่คือสิ่งที่ฉันอยากจะแชร์มากที่สุดเลยค่ะ! คืออย่างที่เล่าไปตอนต้นเลยนะคะว่าฉันก็ไม่ใช่คนที่หัวดีมาแต่เกิด แถมตอนแรกก็เครียดหนักมาก แต่สุดท้ายฉันก็ค้นพบ ‘เคล็ดลับส่วนตัว’ ที่ทำให้ผ่านได้สำเร็จมาบอกต่อเพื่อนๆ ค่ะ
1.
รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง: ฉันเริ่มจากการ ‘วิเคราะห์ข้อสอบเก่า’ อย่างจริงจังเลยค่ะ! ไม่ใช่แค่ทำไปงั้นๆ นะคะ แต่คือดูว่าแต่ละส่วนออกอะไรบ้าง เน้นตรงไหน ใช้เวลาเท่าไหร่ ฝึกทำจับเวลาจริงจังมากๆ ทำให้ฉันรู้จุดแข็งจุดอ่อนของตัวเอง และรู้ว่าควรโฟกัสอะไรค่ะ
2.
วางแผนอ่านหนังสือแบบโหดแต่ได้ผล: ฉันทำตารางอ่านหนังสือที่ละเอียดสุดๆ ค่ะ กำหนดเลยว่าวันนี้จะอ่านอะไร กี่หน้า หรือจะทำโจทย์กี่ข้อในแต่ละวิชา และสำคัญมากคือ ‘ยืดหยุ่น’ ได้บ้างถ้ามีเหตุจำเป็น อย่าเคร่งจนท้อนะคะ แต่ก็ห้ามผัดวันประกันพรุ่งค่ะ ฉันจะแบ่งเวลาพักผ่อนและทำกิจกรรมที่ชอบด้วย เพื่อให้สมองได้พัก ไม่เครียดเกินไป พออ่านจบแต่ละบทก็ลองทำแบบฝึกหัด หรือหา Quiz ออนไลน์มาลองทำดูค่ะ
3.
หาสมรภูมิการเรียนรู้ที่ใช่ (และประหยัด!): ฉันไม่ได้ลงคอร์สแพงๆ เสมอไปนะคะ แต่เน้นการหาข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ อย่าง YouTube ช่องติวฟรีต่างๆ ที่มีคนสอนดีๆ หรือกลุ่ม Facebook ที่มีคนมารวมตัวกันติวแลกเปลี่ยนความรู้ ข้อสอบเก่าๆ จากเว็บสำนักงาน ก.พ.
โดยตรงก็สำคัญมากๆ ค่ะ! และแน่นอนว่าฉันลงทุนกับหนังสือสรุปดีๆ สักเล่มที่ช่วยย่อยข้อมูลให้เข้าใจง่ายขึ้น
4. ดูแลใจตัวเองให้ดี: อันนี้สำคัญไม่แพ้ข้อไหนเลยค่ะ!
เพราะช่วงเตรียมสอบมันเครียดมากๆ ฉันจะพยายามออกกำลังกายเบาๆ พักผ่อนให้เพียงพอ และที่สำคัญคือ ‘อย่าเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น’ ค่ะ ให้โฟกัสที่การพัฒนาตัวเองในแต่ละวันก็พอแล้ว เราแข่งกับตัวเองก็พอแล้วค่ะทุกคน!
5. ฝึกทำข้อสอบเสมือนจริง: ก่อนสอบจริงสัก 1-2 สัปดาห์ ฉันจะลองทำข้อสอบเก่าแบบเต็มรูปแบบ จับเวลาจริงๆ เหมือนอยู่ในสนามสอบจริงเลยค่ะ ทำให้ฉันรู้ว่าตัวเองควรบริหารเวลายังไง ไม่ตื่นเต้นในวันจริงค่ะจำไว้นะคะเพื่อนๆ ว่าความสำเร็จไม่ได้มาจากโชคช่วย แต่มันมาจากการเตรียมพร้อมที่ดีและไม่ยอมแพ้ค่ะ ถ้าฉันทำได้ ทุกคนก็ทำได้แน่นอนค่ะ!
มาสู้ไปด้วยกันนะคะ!

📚 อ้างอิง

Advertisement